เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในแต่ละวันเรานั่งมากกว่ายืนหรือเดินเสียอีก เพราะไม่ว่าจะเป็นการนั่งเรียน นั่งทำงานในออฟฟิศ นั่งทานข้าว นั่งเล่นมือถือ หรือแม้แต่การนั่งเล่นเกมส์หน้าคอมพิวเตอร์ ซึ่งรวม ๆ แล้ว ใช้เวลาในการนั่งนานพอสมควร กว่าเราจะลุกเปลี่ยนเป็นอิริยาบถอื่น ๆ มิน่าละ ในปัจจุบันเราถึงพบคนที่มีอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดบ่า ปวดหัว ปวดตาอันเนื่องมาจากการนั่งในท่าที่ไม่ถูกต้องเป็นประจำ ดังนั้นเราจึงควรมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนั่งที่เราเคยชิน อันเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดตึงกล้ามเนื้อ และก่อให้เกิดโรคที่ไม่คาดคิด ด้วยเคล็ดไม่ลับกับการจัดที่นั่งที่ถูกต้องกันเถอะ

อันดับแรก : การจัดเก้าอี้

เก้าอี้ต้องรองรับต้นขาทั้งสองข้าง โดยปรับให้ระดับความสูงของเก้าอี้อยู่ที่การงอข้อสะโพกและข้อเข่า ทำมุมประมาณ 90 องศา และเท้าทั้งสองข้างวางราบกับพื้น โดยที่ขอบเก้าอี้ไม่กดทับบริเวณข้อพับเข่า เพื่อป้องกันการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อบริเวณขาและเท้า ที่อาจจะทำให้เกิดอาการปวดหรือชาได้

นั่งชิดติดพนักพิง ลำตัวตั้งตรงหรือเอนไปทางด้านหลังเล็กน้อย หาหมอนรองรับส่วนโค้งบริเวณหลังส่วนล่าง ปล่อยไหล่สบาย ๆ ไม่เกร็ง หรือยกไหล่ขึ้นขณะทำงานบนโต๊ะ พร้อมกับลงน้ำหนักบริเวณก้นทั้งสองข้างให้เท่ากัน ไม่เอียงซ้าย เอียงขวา ไปด้านใดด้านหนึ่ง จากการนั่งไขว่ห้าง การนั่งชันเข่า หรือการนั่งบิดลำตัว เพราะจะทำให้การลงน้ำหนักทั้งสองข้างไม่เท่ากัน ทำให้กล้ามเนื้ออีกด้านหนึ่งทำงานหนัก จนเกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อบริเวณลำตัวและหลัง ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง และยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนอีกด้วย

ศีรษะตั้งตรงหรือก้มเล็กน้อย ทำมุมประมาณ 10 องศา สายตาอยู่ระดับเดียวกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยที่ไม่รู้สึกต้องก้มหรือเงยมากจนเกินไปเวลามองหน้าจอ เพื่อลดการเกร็งตัวบริเวณบ่าและคอ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น หากไม่สามารถปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้สูงขึ้นได้ เราสามารถหาอุปกรณ์เสริมบริเวณฐานของจอ เพื่อให้ได้ระดับความสูงตามที่ต้องการ หากเป็นโน๊ตบุ๊ค เรามีวิธีแก้โดยการหาอุปกรณ์เสริมบริเวณฐานส่วนหลังของโน๊ตบุ๊ค ให้ด้านหลังสูงกว่าด้านหน้า ทำมุมประมาณ 15 องศา ส่วนจอภาพทำมุมกับฐานเครื่องประมาณ 115-130 องศา หรือให้ขอบบนของจออยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย

ข้อศอกวางแนบชิดติดลำตัว หรือวางบนที่พักแขน ทำมุมประมาณ 90 องศา โดยส่วนของข้อมือกับข้อศอกต้องอยู่ในแนวเส้นตรง เมื่อวางมือบนแป้นคีย์บอร์ด และควรเสริมคีย์บอร์ดแทนคีย์บอร์ดที่มีมาให้กับเครื่อง (กรณีที่เป็นเครื่องโน๊ตบุ๊ค) เพื่อลดการกดทับเส้นประสาทและหลอดเลือดบริเวณข้อมือขณะพิมพ์ อันจะส่งผลให้เกิดอาการปวดหรือชา บริเวณแขนและมือได้

เราจะเห็นได้ว่า การจัดท่านั่งที่ถูกต้อง มีส่วนช่วยลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ เปรียบเสมือนการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดโรคหรืออาการปวดเรื้อรังได้ ดังนั้น เราจึงควรเลือกเก้าอี้ที่สามารถปรับระดับความสูงต่ำ พนักพิงสามารถเอียงได้เล็กน้อย เบาะนั่งไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป และสามารถหมุนรอบตัวได้ เพียงเท่านี้เราก็ไม่ต้องทนกับอาการปวดร้าว และชาตามแขนขาอีกต่อไป ทำให้เราทุกคนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้นด้วย

จากเรื่องเล็ก ๆ ที่ทุกคนมองข้าม แต่กลับมีความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของเราอย่างมหาศาล เราจึงควรเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นกันนะคะ